petch's profileBerryz Koubou is my LifePhotosBlogLists Tools Help

petch petch

Interests
September 11

Ishimura Maiha

วันนี้มีเรื่องเสียใจเรื่องนึงเกิดขึ้นกับตัวเองอีกแล้ว
 
    ช่วงเช้าเราไปที่ราชมงคลคลอง6 กับน้องๆที่ปิงบุค เพื่อไปถ่ายรูปวันซ้อมรับปริญญาของน้องเจี๊ยบ
ขากลับก็แวะกิน sizzler ที่สยามแล้วก็กลับมาบ้าน
  
    พอกลับมาถึงบ้านก็ online msn ก็เจอกับตั๊กกี้ที่ตั้งชื่อแปลกๆว่า "น้องไมฮะ รับเค้าไปด้วย"
ก็เลยทักไปว่ามีอะไรเหรอ  ตั๊กก็บอกข่าวร้ายที่สุด(ในชีวิตช่วงนี้) มาว่า  น้องไมฮะ graduate จาก Berryz แล้ว !
ไม่ใช่แค่ graduate จากวง Berryz เท่านั้น  แต่เป็นการลาออกจาก Hello! Project เลย โดยจะขึ้นแสดง คอนเสิร์ต ~2005 Aki Switch On!~ ที่ Tokyo Kouseinenkin Hall ในวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะ Graduate จาก Hello! Project เพื่อไปตั้งใจศึกษาเล่าเรียนต่อไป...
 
    หลังจากที่รู้ข่าวนี้ก็อึ้งเป็นเวลา 10 วินาที (จริงๆก็ไม่ได้นับหรอก) พร้อมทั้งทำตาปริบๆ น้ำตาคลอ หลังจากเช็คข่าวจากหลายๆแหล่งแล้ว ก็เป็นที่ confirm แล้วว่าน้องไมฮะ ได้ออกจาก HP จริงๆ  ไม่ใช่แค่ออกจาก Berryz เท่านั้น
ที่จริงเรื่อง graduate ก็คิดมานานแล้วแหละว่า น้องๆ Berryz ก็คงจะต้องมีวันนี้เข้าซักวัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ และก็ไม่คิดด้วยว่าจะเป็นน้องไมฮะ ที่รักเป็นอันดับที่ 2 ในใจรองจากน้องริซาโกะ (ถ้าน้องริ graduate คงร้องไห้กัน 3 วัน 7 วันแน่ๆ)
 
    แต่มาคิดดูหลังจากที่ทำใจได้แล้ว  การที่ลาออกในครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นความต้องการส่วนตัวของน้องไมฮะเองก็ได้ หรือไม่ก็เป็นของพ่อแม่ที่ห่วงลูกมาก  เพราะว่าน้องไมฮะเองก็ยังเด็ก ยังอยู่ในวัยเรียน แต่ต้องมาทำงานหนักขนาดนี้ ถ้าเป็นเด็กธรรมดาก็คงต้องเหนื่อย มีท้อกันบ้าง   การลาออกครั้งนี้จะได้ทำให้น้องไมฮะได้มีโอกาสใช้ชีวิตแบบเด็กปกติธรรมดา ที่ไม่ต้องไปซ้อมเต้น ซ้อมร้องเพลง ได้เรียนหนังสือกับเพื่อนๆในโรงเรียนตามปกติ ได้สนุกสนานเล่นกับเพื่อนๆในวัยเดียวกัน ก็อาจจะเป็นผลดีกับตัวน้องเองมากกว่าก็ได้   แต่ขอให้น้องไมฮะได้จำไว้ว่า ช่วงเวลาที่น้องไมฮะได้อยู่ Hello! Project ได้เป็นสมาชิกของวง Berryz Koubou ช่วงเวลาสั้นๆนี้ น้องได้ทำให้พี่มีความสุขมากที่ได้เห็นรอยยิ้มที่น่ารักของน้อง  ได้ฟังเพลงที่น้องร้อง  ได้เห็นน้องเต้นเวลาออกคอนเสิร์ต  พี่จะจดจำช่วงเวลาดีๆเหล่านี้ตลอดไปไม่มีวันลืม.
 
I will always love you , Ishimura Maiha
August 14

หยุด 3 วัน

เหอะๆ ดีใจจังได้มีวันหยุดตั้ง 3 วันแน่ะ  แต่ว่าเราไม่ได้กลับบ้านไปหาแม่เหมือนกับคนอื่นๆหรอกนะ
เราคิดว่า เรารักแม่ทุกวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องทำอะไรพิเศษในวันที่เป็นเทศกาลที่คนอื่นๆเขาทำกัน
อีกอย่างเรากะว่าจะกลับบ้านที่ ตจว.วันเสาร์หน้าอยู่แล้วก็เลยไม่ได้กลับช่วง 3 วันนี้
 
วันศุกร์ที่ 12 ก็ขี้เกียจเต็มที่ ตื่นเช้าไปหาญาติที่ central แป๊บนึงตอน 9 โมง ก็กลับบ้านมานอนอึดๆต่อ จำไม่ได้แล้วว่าตื่นอีกทีกี่โมง คงบ่ายๆมั้ง เพราะว่ารอโหลด Anime ด้วยแหละ เรื่อง Mai HiME  ปกติก็ไม่ค่อยได้โหลดดู anime เท่าไหร่แล้วละ แต่ว่าเรื่องนี้มีซับไทยไง ก็เลยนั่งดูไปเรื่อยได้ 16 ตอนแล้ว ยังเหลืออีก 10 ตอน
 
วันเสาร์ที่ 13 พอดีนัดกับน้องๆในเว็บปิงไปดูต้ม ยำ กุ้ง กันที่ MBK โดยรวมๆก็โอเคนะ ฉาก action มันส์หยด เราให้ 9 เต็ม 10
แต่ว่าเรื่องบทอื่นๆ นี่เหมือนโดนตัดส่วนที่เป็นเหตุ เป็นผลในหลายๆจุดออกไป ทำให้หนังดูกระโดดๆชอบกล เราให้ 7/10 แต่ถ้าไม่คิดไรมาก หนังเรื่องนี้ก็ให้ความบันเทิงได้ค่อยข้างโอเคแหละ แต่ว่ายังไม่สุดๆไง ดูหนังจบก็ออกมานั่งวิจารณ์กับน้องๆ ทุกคนก็คิดเหมือนๆกันว่ามันขาดๆเรื่องบทไปหน่อย  หลังจากนั้นก็แวะพันทิพย์ซื้อแผ่น DVD-R อีก 1 หลอด  เดี๋ยวนี้ใช้แผ่น DVD-R เปลืองมากๆ แต่ก่อน 1 เดือน 1 หลอด (50 แผ่น) แต่เดือนนี้เพิ่งจะกลางเดือนเอง เราซื้อหลอดที่ 2 แล้ว
มันจะโหลดอะไรกันนักกันหนาว๊า..   โหลดมาก็แทบไม่ได้ดู  เซ็งตัวเองจิงๆ โรคบ้าดาวโหลดเนี่ย  แต่ก็มีแค่พวก Jpop อะที่โหลด  ถ้ายังโหลด anime หรือว่า jdrama ด้วย คงเปลืองแผ่นมากกว่านี้ .
 
 
ปล.ขอบคุณเพื่อนๆที่มาเม้นท์ให้กำลังใจใน blog ของวันก่อนด้วยนะครับ  ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก  ตอนนี้หายดีแล้วละ กลับเข้าสู่อาการปกติแล้ว  ไว้จะไปเม้นท์ที่ blog ของเพื่อนๆมั่งในโอกาสหน้านะคับ  
July 28

อีกแล้ว

เมื่อ 2 วันก่อนได้รับรู้เรื่องราวที่ทำให้เราต้องเสียใจอีกแล้ว
 
................................................................
 
ที่จริงก็เตรียมใจมาบ้างแล้วละว่าเหตุการณ์อย่างนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
 
เพราะว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก  เราก็เลยพอทำใจได้เร็ว จนบางครั้งคนรอบข้างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่จริงแล้วเราเสียใจ....
แต่มันไม่มีน้ำตาอีกแล้วละ  ........................  เก็บน้ำตาไว้ร้องไห้กับหนังที่ชอบมากๆดีกว่า (555)
 
แต่ที่รู้สึกแย่ก็เมื่อวานที่ได้รับการ confirm ว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง
.......................................................................
 
แต่ทำไม เรื่องสำคัญแบบนี้ไม่บอกกับเราเองโดยตรง
ที่เราเสียใจกับเหตุการณ์นี้มากที่สุดก็เป็นเพราะว่า  เรารู้จากคนอื่น.......
 
หวังว่าเราคงปรับตัวปรับใจได้ในเร็ววัน..... 
แต่ว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
 
ปล.รูปประกอบblog วันนี้ ไม่รู้ทำไมอยากได้รูป Ghost in The Shell อาจจะชอบชื่อตอนมั้ง Stand Alone Complex
July 12

Oracle 9i กับ Fedora Core 3 (Again)

ยังครับ ยังไม่จบง่ายๆแค่นั้น วันนี้เรามีภาค 2 มาให้ดูกันอีกแล้ว
ตอนเช้ามาก็คิดว่างานวันนี้จะจบได้ง่ายๆ กะลังคิดว่าจะ import database ก้อนนั้นลงไปในตัวของ Oracle Server ได้ยังไง
ก็ดูจาก document อันนั้นที่อ่านจากในเน็ต ก็ปรากฏว่าไม่ใช่นี่หว่า  ในนั้นมันมี script ที่ใช้ create database เลยมาให้อันนึง
แต่พอรันดูแล้วมันไม่ใช่อย่างที่เราคิด  เราไม่สามารถที่จะ import ข้อมูลลงไปได้  เพราะว่าตอนที่เราลงนั้น มันไม่มีตรงไหนเลยที่ให้เรากำหนด password ของ system กับ sys เราก็เลยไม่สามารถที่จะสร้าง user , instant ขึ้นมารองรับกับ dump ไฟล์อันนั้นได้  แก้โดยการ deinstall oracle9i ก็ไม่ได้ สุดท้ายก็เลยลง Fedora ใหม่ซะเลย จะได้เริ่มลง oracle อีกครั้งด้วยความมั่นใจ  คราวนี้กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปทุ่มกว่าๆได้มั้ง เพราะว่ากว่าจะ copy Dics ของ oracle จากเครื่องเราไปที่ server ได้ก็เสียเวลามากพอสมควร  แต่ก็ดีคราวนี้สามารถลงได้ไวกว่าครั้งแรก  คราวนี้ก็ลองสร้าง Create database ขึ้นมาเลย 1 อัน
เพราะจะได้มีขั้นตอนที่ให้กำหนด password ของ sys กับ system คราวนี้สามารถใช้คำสั่ง tnsping ที่ชื่อของ sid ได้แล้ว
เย้ๆ ดีใจๆ พรุ่งนี้ก็หวังว่าแค่ import dump ไฟล์ตัวนั้นได้ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรอีกนะ  สาธุ
July 11

Oracle 9i กับ Fedora Core 3

     เคยมีพี่คนนึงบอกไว้ว่าให้ลองเขียน blog เป็นแบบเชิง IT ดูบ้าง เผื่อไว้ reference ได้ในภายหลังว่า เราเคยทำงานอะไรมาบ้าง เป็นการเตือนความจำที่ดีอย่างนึง ผมก็คิดว่าดีเหมือนกัน แต่ที่ผมเขียนก็คงจะเป็นเชิงพูดคุยเล่าสู่กันฟัง(บ่น)ซะมากกว่ามั้ง  งั้นเรามาเริ่มกันเลย
 
     เริ่มมาจากสัปดาห์ที่แล้วได้รับมอบหมายงานจากหัวหน้าว่าให้ลองเซ็ต Oracle Server ขึ้นมาตัวนึงเพื่อจะเทสข้อมูลอะไรบางอย่าง ผมเองก็เลยเสนอเอา PC ที่เพิ่งได้มาใหม่เอามาลองทำเป็น Server ดูเลย เพราะว่าอยากลองลง Linux กับเครื่อง PC แรงๆเหมือนกัน สเปคก็ไม่มากมายเท่าไหร่เป็นแค่ P4 2.8 GHz Hyper-Thread แต่แรมน้อยไปหน่อยแค่ 512 MB เท่านั้นเอง Hard disk เป็น S-ATA 40 GB นอกนั้น VGA, Sound, Lan เป็น on-board หมด
 
      พอจะเริ่มเซ็ตจริงๆจังๆ ก็ดันมีงานอื่นมาแทรก คือต้องไปลง ASTARO Security Linux ที่ไซต์ลูกค้าแห่งนึง แต่ก็ดีนะเพิ่งเคยได้ลองลง Astaro แล้วใช้งานจริงๆจังๆก็งานนี้เอง รายละเอียดเรื่องการ Setup Astaro ไว้มีโอกาสคงจะได้เขียนอีกที เพราะว่าเราเองยังคอนฟิกอะไรไม่ได้เท่าไหร่ ถ้าวันนั้นไม่มีนัทไปช่วยเซ็ตด้วยก็คงแย่เหมือนกัน  อ้าว.. นอกเรื่องมาอีกแล้ว
 
     หลังจากที่ได้กลับมานั่งเซ็ตที่ office อีกทีก็เป็นวันศุกร์แล้วละ เราเริ่มจากลง SUSE Professional 9.3 ก่อน เพราะว่าเพิ่งโหลดได้มาจากเน็ตเมื่อไม่นานมานี้เอง  ปรากฏว่าลง suse 9.3 ใช้เวลานานมากเพราะว่าใช้ cd ตั้ง 5 แผ่น พอจะลง oracle ด้วยการเรียกคำสั่ง runInstaller ก็เจอ error ของ Java อีก ไม่สามารถรัน OUI (Oracle Universal Installer) ได้ ลองแก้อยู่ซักพัก ก็รู้สึกว่าไม่ work เพราะว่าถามจาก google ก็ไม่ค่อยมีใครเจอ case นี้ หรือเจอน้อยมาก  ก็เลยลองเปลี่ยนใหม่ คราวนี้มาลอง Debian 3.1 มั่ง เพราะว่าเคยลงกับเครื่อง dns ไปแล้ว ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะยาก หรือไม่ก็น่าจะพอหา doc อ่านได้บ้าง  เพราะว่า debian เองก็มีคนใช้งานค่อนข้างเยอะ  พอลงเสร็จก็นั่งปล้ำกับมันอีกซักพัก ก็รู้สึกได้ว่าไปไม่รอดเหมือนกัน สงสัยว่าคงต้องกลับไปคือดีกับกิ๊กเก่า น้อง Slackware 10.0 ซะแล้ว เพราะจำได้ว่าเครื่อง web server ที่กรมเราก็ใช้ slackware ลงนี่หว่า  แต่ดันลืมไปแล้วว่าใช้เวอร์ชั่นไหน ก็เลยลองเอา slackware 10.0 for S-ATA มาลงดู เพราะว่าจะได้เห็น Hard disk แบบ S-ATA แต่เราลืมไปว่าเราไม่มี slackware 10.0 แผ่น 2 ที่มี package ของ KDE และ GNOME  เวงกำ ก็เลยต้องหาดาวโหลดจากอินเตอร์เน็ตอีก ซึ่งก็โหลดได้ช้ามากๆเลย  วันศุกร์ก็เลยถอยทัพกลับมานอนช้ำใจอยู่ที่บ้านก่อน
 
     วันนี้วันจันทร์ก็เลยกลับไปแก้ตัวใหม่กับ Slackware 10.0 ที่มีแผ่น 2 ด้วย พอลงเสร็จหมดทุกอย่าง เซ็ตอะไรเรียบร้อยแล้ว  แต่..... slackware เจ้ากรรมเจือกไม่รู้จักการ์ดแลน GigaBit ของ Intel รุ่น Pro 1000 ซะงั้น   ทำให้เราต้องรีบแจ้นไปหา driver ในเน็ตมาลงให้มันอีก โชคดีที่เว็บของ Intel เองก็มีให้โหลด พอเรามาลงก็ไม่ยากนะ ให้กด Make install ได้เลย  แต่ว่าเรายังไม่หมดกรรม ชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด driver เจ้ากรรมดันทำงานไม่ได้อีก  จำ error ไม่ได้แล้ว แต่ประมาณว่ามันไม่สามารถ link กับ library บางตัวใน kernel ได้อะไรทำนองนั้นอะ ทำไมมันซวยยังงี้ฟะ
 
     สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังที่ Fedora Core 3 ที่โหลดมาจากในเน็ตนานแล้วเหมือนกัน ลองถามๆใน google ดูก็เห็นหนทางสว่างอยู่เบื้องหน้ารำไรๆ  เอาก็เอาวะ Fedora ก็ได้ อย่าเรื่องมาก อย่าอคติเลย ในบางครั้งเราก็ต้องหาหนทางง่ายๆให้กับชีวิตบ้าง  ก็ปรากฏว่าสามารถคอนฟิกไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากมากนัก  จิงๆก็มีติดอยู่บ้างบางจุดนะ ที่สำคัญเลยก็เป็นเรื่องของ gcc3.4 ที่มีใน Fedora Core 3 ซึ่งไม่สามารถ link กับบาง object ตอนที่ติดตั้ง Oracle 9i ได้
ในเว็บก็แนะนำให้ downgrade เวอร์ชั่นของ gcc ลงมาเป็น gcc 2.96  เท่านั้นแหละ ก็ลงได้ตลอดรอดฝั่ง ตอนนี้ก็เหลือแค่สร้าง database instant ใหม่ขึ้นมา แล้วก็ลอง import ข้อมูลเข้าไป แล้วก็ให้ user ลองเทสดูว่า work มั้ย หวังว่าพรุ่งนี้ชีวิตคงจะง่ายกว่านี้นะ  เฮ้อ...ชีวิต
July 02

War of the world กับ Swing Girls

วันนี้ตื่นมาสายๆประมาณ 8 โมงก่าๆ ก็มานั่งไรท์ DVD-R อีก 4 แผ่น เพราะไฟล์เต็ม harddisk อีกแล้ว
การที่มีเน็ตแรงๆเร็วๆมันก็ทำให้สิ้นเปลืองได้เหมือนกันนะ  คิดๆดูบางไฟลฺโหลดมาก็ยังไม่เคยมานั่งดูเป็นเรื่องเป็นราวเลย ได้แต่โหลดแล้วก็ไรท์เก็บ สงสัยว่าตัวเองจะเป็นโรคจิตซะแล้ว
 
ตอนบ่ายนัดกั๊กไปดูหนังเรื่อง swing girl ที่ EGV เมโทรโปลิส แต่ว่าไม่มีรอบแล้ว ก็เลยดูเรื่อง War of the world แทนตอนบ่าย 3 โมง ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วสนุกน้อยกว่าที่คิด ทั้งๆที่ตอนดูก็ชอบกับ Special Effect ในเรื่องนะ แต่ว่าพอดูจบแล้ว กลับไม่ได้อะไรมาเลย นอกจาก effect  รู้กเสียเสียดายความสามารถของทอม ครูสจัง ไม่ขอวิจารณ์มากดีก่า ถ้าว่างๆไม่มีอะไรดูก็พอดูได้อะหนังเรื่องนี้ แต่ว่าไม่ขอ recomment ละกัน
 
ดูหนังเสร็จก็เกือบๆ 6 โมง ต้องไปสั่ง DVD ของ Berryz ที่ร้านอิชิให้กับลุงเคนอีก ก็เลยเดินไปจาก central world ส่วนกั๊กก็แยกไปซื้อแผ่น DVD-R เพราะว่าเราให้ยืม DVD-R ของเราทั้งหมดที่เป็น Hello Project ไป คิดว่า dvd-r 80 แผ่นกั๊กคงจะ copy เสร็จภายในเวลา 1 อาทิตย์นะ อุอุ
 
ตอนเดินไปสยามก็ต้องเดินผ่านโรงหนังสยามใช่มะ ตาดันเหลือบไปเห็น showtime ของหนังเรื่อง Swing Girls เข้าพอดี
อ๊ะ มีอีกรอบตอน 6 โมงครึ่งนิ เหลือบมองดูเวลา เพิ่งจะ 6 โมง 10 เอง ยังทันๆ ก็เลยรีบไปสั่ง DVD เสร็จก็เดินไปดูหนังต่อที่ลิโด้ทันที  ปรากฏว่าขนาดไปซื้อตั๋วก่อนหนังฉาย 5 นาที ก็ยังมีที่นั่งดีๆเหลืออยู่นะ ตอนที่เข้าไปในโรงก็มีคนมาดูเยอะเหมือนกัน  พอหนังเรื่องฉายก็เริ่มสนุกแล้ว 1.น้องๆที่เล่นในเรื่องนี้น่ารักกันเกือยบทุกคนเลยอะ  จิงๆแอบปิ๊งน้องแว่นกับน้องเบส น่ารักได้ใจมากๆ  2.เป็นหนังที่ตีโจทย์ออกมาได้ดีมากๆ ตอนแรกก่อนได้ดูก็คิดว่าอาจจะน่าเบื่อรึป่าว เพราะว่าเป็นดนตรีแจ๊ซ แต่ว่าพอได้ดูจริงๆก็ไม่น่าเบื่อเลย ผู้กำกับเก่งมากที่ทำดนตรีแจ๊ซออกมาได้ฟังดูสนุก เพลงที่ชอบมากที่สุดก็คงเป็นเพลงสุดท้ายที่เล่นในเวทีอะนะ โดนมากๆ สนุกจนต้องขยับขาตามจังหวะเพลงเลยละ  ว่าแล้วก็เดี๋ยวว่าจะเอา DVD ที่โหลดมาดูอีกรอบ  เดี๋ยวลองไปหาๆดูในเว็บดีก่าว่ามี OST เรื่องนี้ให้โหลดมั้ย อิอิ
 
June 16

The Return to System Engineer

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมได้เริ่มงานที่บริษัทใหม่ซึ่งเป็น ISP เจ้านึง ผมเคยใฝ่ฝันที่จะทำงานที่บริษัทที่เป็น ISP มานานแล้ว ผมอยากรู้ว่าระบบที่ต้องรองรับปริมาณของผู้ใช้เป็นจำนวนมากต้องทำอย่างไร งานที่ใหม่นี้เป็นงานที่จะทำให้ฝันของผมเป็นความจริง เริ่มงานวันแรกก็ไม่มีอะไรมาก ช่วงเจ้าก็กรอกพวกเอกสารบางอย่างที่ยังไม่ครบให้กับ HR จากนั้น HR ก็พาเดินตระเวณแนะนำตัวไปรอบๆบริษัท เท่าที่ดูบริษัทนี้คนทำงานส่วนใหญ่จะเป็นวัยประมาณยี่สิบกว่าๆ ทั้งนั้น มีพวกระดับหัวหน้าหรือ manager ที่จะดูมีอายุมากขึ้นหน่อย หลังจากที่แนะนำตัวเสร็จ เวลาที่เหลือของช่วงเช้าก็เป็นการลง Windows XP ให้กับตัวเอง เพราะว่าไม่มีเครื่องใช้ก็เลยต้องเอาคอมเก่าๆ Celeron 500 MHz มาใช้งานไปพลางๆก่อน ระหว่างที่รอสั่งซื้อเครื่องใหม่ กว่าจะลงเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่าๆ แล้วก็ลงไปกินมื้อกลางวันกับเพื่อนในทีมตอนบ่ายโมงเป๊ะ ช่วงบ่ายก็ลงโปรแกรมใช้งานอื่นๆลงในเครื่อง แต่ว่าด้วยสภาพที่เป็นคอมเก่าๆ กว่าจะทำงานอะไรได้แต่ละทีก็เลยช้าพอสมควร แต่ก็ยังดีที่เน็ตที่นี่เร็วมากๆ โหลดไฟล์ขนาดร้อยกว่าเมกจาก server ในไทย ได้ด้วยความเร็ว 8MB/sec ขอย้ำว่าแปดเมกกะไบต์ต่อวินาที เหอะๆๆ นี่แหละอีกเหตุผลนึงที่อยากทำงาน ISP :P ช่วงเย็นๆ MIS Manager ก็เรียกทีมเ้ข้ามา brift งานที่มีของอีกครึ่งปีหลังว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ดูก็เยอะพอสมควร ฟังๆดูแล้วก็มีงงๆบ้างเพราะว่าบางเรื่องไม่เคยได้ยินเลย บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เป็นงานภายใน ส่วนผมได้งานที่ดูไม่ยากนักไป 1 ชิ้น หัวหน้าบอกว่าให้รอปรับตัวให้คุ้นๆกับระบบของที่นี่ได้ก่อน แล้วจะ assign งานเพิ่มให้ทีหลัง ช่วงค่ำๆก็ตัดสินใจเลื่อนสอบ cert linux ไปอีกรอบ เพราะว่ายังไม่ได้อ่านหนังสือเลย เอาไว้ชัวร์ๆแล้วค่อยไปสอบอีกทีดีกว่า เสียดายตังอะ

วันสุดท้ายที่ไทยคาจิม่า

วันนี้ (15/06/2005) เป็นวันทำงานวันสุดท้ายที่บริษัทไทยคาจิม่า ดันไปสายซะอีกเพราะมัวแต่ไรท์ DVD อยู่แต่ก็เอาเหอะนะ ไหนๆก็วันสุดท้ายแล้วจะไปสายนิดหน่อยก็คงไม่มีผลอะไรแล้วละ

วันนี้ก็ไปนั่งเคลียร์พวกเรื่องเอกสารคู่มือต่างๆที่ยังทำไม่เสร็จ ก็นั่งทำไปเล่น msn ไปอะนะ ชีวิตช่างว่างเปล่าแบบไร้แก่นสารยังไงไม่รู้  วันนี้มีคนทักหลายคนเหมือนกันเรื่องลาออก แต่เราก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เราเชื่อว่าในไทยคาจิม่า น่าจะมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าเราลาออก  แต่ก็นะเราออกไปคนนึงก็คงไม่ได้ทำให้ที่นี่วุ่นวายเท่าไหร่หรอก

ตอนเย็นๆกว่าจะเก็บของ pack ของใส่ลังเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 1 ทุ่ม ก็เลยต้องโทรไปบอกพี่เสกให้เลื่อนนัดที่จะเลี้ยงข้าวไปเป็นวันอื่นแทน  แต่ว่ายังไงก็ต้องกลับไปที่ pop อยู่ดีเพราะว่านัดพี่ปุ๊ให้เอา DVD ของ TUBE มาให้  พอไปที่ pop ก็เจอพี่ปุ๊ตรงลานจอดรถพอดี ก็เลยเอา dvd กันตรงนั้นเลยไม่ได้ขึ้นไปที่ pop แม่เจ้า DVD ของ TUBE ทั้งหมด 18 แผ่น แล้วตรูจะได้ดูเมื่อไหร่ฟะ หาเรื่องจริงๆเลยตรู

พอกลับมาบ้านก็รู้สึกเหนื่อยๆ ก้เลยอาบน้ำก่อน พอมา online msnปุ๊บ ก็มีคนบอกว่าที่ Jpopsuki มีไฟล์ของน้องๆมาใหม่ไฟล์นึง ด้วยการอาการเบลอสุดขีด หรือว่ายังไงก็ไม่รู้โหลด torrent ไป พอใกล้จะเสร็จเพิ่งมารู้ว่าเป็นเสียงของน้องๆใน concert ตะหาก ไม่ใช่ไฟล์ vdo ว้า... อดเลย นึกว่าจะได้เห็นน้องๆในคอนซะแล้ว  แต่ก็ไม่เป็นไรเราก็โหลดเสียงของน้องๆมาเปิดฟังกล่อมตอนนอนหลับอยู่ดี  วันน้รู้สึกเพลียๆก็เลยหลับไวหน่อยเข้านอนตอน 3 ทุ่มนิดๆเอง  พรุ่งนี้จะเป็นยังไงมั่งนะกับที่ทำงานใหม่  ชีวิตใหม่จะเริ่มต้นอีกครั้ง ขอให้ครั้งนี้ไม่เราตัดสินใจไม่ผิดก็แล้วกัน

May 17

Calorie

วันนี้ชีวิตการทำงานก็น่าเบื่อไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าเราเริ่มชินกับงานที่ใหม่ได้พอสมควรแล้วละ มีงานให้ทำเรื่อยๆ ถ้าไม่นับว่า internet ช้าเป็นเต่ากัดยางอย่างนี้นะ ชีวิตจะ happy กว่านี้หน่อย นี่กว่าจะดาวโหลดโปรแกรมได้แต่ละไฟล์ นั่งรอกันไปเหอะ สัปหงกไปตั้งหลายรอบ

วันนี้ตอนเย็นมีนัดไปกินข้าวที่ร้านของพรกับโมจิและน้ำหวาน  น่าอิจฉาพรอย่างนึงตรงที่พรได้ทำความผันของตัวเองให้สำเร็จได้แล้ว 1 อย่าง ทั้งๆที่เป็นรุ่นน้องเราตั้ง 3 ปี (เนี่ยตูมัวทำอะไรอยู่ฟะ ขอบ่นหน่อย)  ไปถึงร้านพรประมาณ 1 ทุ่ม 40 ร้านชื่อว่า Calorie อยู่ในถนนจันทร์ห่างจาก pop ไปไม่เท่าไหร่ นั่งรถหวานกันไป 3 คน แต่ว่าหาที่จอดยากไปนิดนึง เป็นร้านเล็กๆแต่ว่าสวยดีนะ พรตกแต่งร้านเก่งอะ เราชอบตรงที่ร้านมันดูสว่างๆดี ที่ชอบที่สุดก็คงเป็นโคมไฟที่ห้อยลงมาจากเพดาน แล้วเอาไม้อะไรซักอย่างสานๆเป็นลูกกลมๆ ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนก็คงคิดว่าร้านนี้ดูหรูจัง สงสัยอาหารจะแพง  

พอเห็นร้านสวยๆก็ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย เรากับเพื่อนๆยิ่งบ้ากล้องอยู่ด้วย ภาพที่ถ่ายออกมาดูดีเกือบทุกรูปเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนถ่ายเก่ง  กล้องดี หรือว่าร้านสวยอะนะ อิอิ  พอถ่ายรูปกันได้ซักพักก็กินอาหารกัน เป็นตำแตงกวาใส่ไข่ต้มกับหมูมะนาว ดูแปลกที่ตำแตงอะ เราไม่เคยกินมาก่อน แต่ว่ารสชาตอร่อยใช้ได้เลย  ลืมบอกไปว่าร้านนี้มี concept คือเมนูอาหารจะเป็นเพื่อสุขภาพแล้วก็ไม่มีแคลอรี่เยอะ (ชื่อร้านมาจาก concept นี้แหละ) สมแล้วกับที่พรจบ food science รู้จักเอาสิ่งที่เรียนมาใช้ทำงานได้จริงๆ พอกินกันเสร็จก็นั่งคุยๆกันซักพักพอใกล้ๆ 3 ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับ  ไว้ว่างๆจะนัดเพื่อนๆมากินอีกดีกว่า ยังไม่ได้ลองชิมอาหารอื่นๆเลย

May 09

ปรับตัวเข้ากับคนส่วนใหญ่

ที่จริงอยากเขียนไดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วละ แต่หมดแรงซะก่อน :  อยากจะบอกว่าช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา แทบไม่มีอะไรในชีวิตเบื่อๆ เรื่องที่เซ็งเมื่อคืนวันศุกร์หายแล้วละ ทำใจยอมรับมันได้แล้ว เรามันเป็นคนที่ในบางครั้งก็อารมณ์ร้อนอย่างไม่น่าเชื่อ ด่วนตัดสินใจอะไรด้วยมุมมองของตัวเองคนเดียวไม่ทันได้มองมุมที่คนทั่วๆไปเขามองกัน แต่ด้วยความที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรนะ ก็เลยคิดเอาเองว่า "เอาน่ะ มันไม่เปนไรหรอก"  แต่พอสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว+กับได้รู้ความจริงบางอย่างจากน้องคนนึง ก็เลยเข้าใจในสถานการณ์นั้นๆได้ดี  ว่าไม่ว่าใครก็คงไม่คิดเหมือนกับเราหรอก  เราเองพอลองมามองในมุมของคนปกติธรรมดาเลยคิดได้ว่า เรื่องบางอย่างมันไม่ควรนะ ถึงแม้ว่าเราจะเจตนาดีก็เถอะ   ช่างมัน ตอนนี้เราก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว อาจจะถูกมองเป็นคนไม่ดีไปแล้วก็ได้   ผมก็อยากจะบอกนะว่าผมเสียใจ...

วันนี้มาทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิมนิดนึง  แต่ก็ยังตอกบัตรสายไป 2 นาที  วันนี้พอไปถึงก็ลองโปรแกรม starcat ที่เป็น network management ดู ว่า work แค่ไหน จะได้ไม่ต้องไปนั่งกรอก software profile ของคอมทุกเครื่อง  แต่ลองไปซักพักก็รู้ตัวว่าไม่ work แน่ๆ ยังไงก็ต้องเดินไปลงโปรแกรมที่คอมทุกตัวอยู่แล้ว  งั้นก็ไปนั่งเขียนเลยก็ได้วะ  จะได้เป็นการรู้จักเพื่อนใหม่ๆในบริษัทนี้มากขึ้น ยังไงก็ต้องรู้จักกันอยู่ดี ก่อนจะออกไปนั่งเขียน ตาชิบูยาซังก็ดันเดินมาถามตูอีก  ว่ากี่วันจะเสร็จ  (ตูเพิ่งได้คอมเมื่อวันศุกร์เองนะเฟ้ยยย) ก็เลยตอบไปว่าวันพุธน่าจะเสร็จอะ  วันนี้ก็ไล่ๆทำไปทีละเครื่อง ญี่ปุ่นคนที่นั่งโต๊ะแถวๆเราก็ทำเป็นยุ่งๆ จะไม่ให้เราตรวจคอมต้องเอาชื่อของชิบูยะมาขู่ถึงจะยอม เหอะๆให้มันรู้ซะมั่งว่าใครใหญ่ อิอิ   แต่จะว่าไปญี่ปุ่นบางคนก็ให้ความร่วมมือดีนะ ขอตรวจคอมก็ให้ดีๆไม่เรื่องมาก  สุดท้ายวันนี้ก็ตรวจ software ของแผนก buliding,Q/S เสร็จ แล้วก็ของ Design ได้ไปครึ่งนึงก็5 โมงแล้ว กลับบ้านดีกว่า

ก่อนจะขึ้น BTS นึกยังไงไม่รู้อยากดูหนังขึ้นมา นึกขึ้นมาได้ว่าวันก่อนเดินผ่านลิโด้แล้วเหมือนมีอะไรเรียกให้เข้าไปดู  เป็นหนังญี่ปุ่นโปรแกรมต่อไปที่จะเข้านี่เอง เรื่องไรไม่รู้ แต่น่าดูมากๆ วันนี้เกิดนึกขึ้นมาได้พอดี ยังงี้ต้องไปดูซะหน่อยแล้ว  พอไปถึงลิโด้ 6โมง15 พอดีเลยรอบหนังมัน 6โมงครึ่ง เห็นชื่อเรื่องเห็นนางเอกปุ๊บก็ไม่ต้องคิดไรมาก สนุกแน่ๆ เข้าไปดูแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ หนังทำออกมาได้ดีมาก เราชอบเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้อะ ทำออกมาได้ตรงกับอารมณ์ในช่วงนั้นๆจริงๆ ชอบช่วงนี่ยูกิ(ลูกชาย) กับทาคุมิ(พระเอก) รีบวิ่งกลับไปที่บ้านตัวเองหลังจากที่เห็นแสงอาทิตย์ที่เข้ามาแทนสายฝน ช่วงนั้นก็น้ำตาไหลแล้ว โดยรวหนังเรื่องนี้ดีมากๆในแง่ของอารมณ์นะ เสียอย่างเดียวว่าซับแปลห่วยไปหน่อย เพี้ยง.... ขอให้ออกเป็น DVD ด้วยเถอะ จะซื้อมาดูอีกรอบ

May 06

เบื่อโว้ยยย

เบื่อโว้ยยย  เซ็งกับชีวิตจิงๆ

May 03

เริ่มงานใหม่ ชีวิตใหม่

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้มาทำงานที่ใหม่ เป็นบริษัทที่อยู่แถวสีลม วันนี้ก็ติดเช้าอะ ตื่นมาตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง หมู่นี้ตื่นเองบ่อย แล้วก็ตื่นเช้าด้วย  ถ้าไม่ขี้เกียจนอนไปอีกรอบอะนะ 

ตื่นมาก็ online msn เจอน้องกุ้งกับเคนหมวย ก็คุยกันนิดหน่อยอะจากนั้นก็ไปอาบน้ำแต่งตัวตอน 7 โมงนิดๆ กะเวลาว่าไปถึงที่บริษัททันเวลาเข้างาน 8 โมงพอดี ไม่อยากจะไปเช้ามากอะ เพราะที่นี่ชอบให้เรานั่งรอนานมากกกก แต่รถไฟฟ้ามาช้านิดหน่อย ก็เลยทำให้ไปถึงเลทนิดๆอะ ประมาณ 8โมง 5นาทีได้มั้ง แต่ก็ไปนั่งรออีกอยู่ดี  กว่าจะมีพี่คนนึงเอาพวกใบประกันชีวิต ประกันสุขภาพมาให้กรอก พอกรอกเสร็จก็เรียกมาอธิบายเรื่องกฏต่างๆของบริษัทพร้อมๆกับ Engineer คนนึงอะ  อิจฉาพวกวิดวะจัง มันได้โอทีกันกระฉูดเลย  แต่ตรูเจือกไม่ได้โอกะเค้า น่าเศร้าจายยย

จากนั้นพี่เขาก็พาไปโชว์ตัวรอบๆบริษัทอะ แนะนำคนนั้นคนนี้ให้รู้จัก อยากจะบอกว่าตรูหลงมาผิดบริษัทป่าววะเนี่ยยย  แม่งมีแต่พวกวิดวะทั้งนั้น ทั้งโยธา ไฟฟ้ากำลัง ตรูเป็นแค่ IT Engineer ต๊อกต๋อยคนเดียวเอง พอแนะนำตัวเสร็จก็ได้มานั่งที่โต๊ะ ดีใจจัง ได้คอมใหม่ด้วยละ อิอิ ......... แต่... เดี๋ยวก่อน คอมมันเปิดไม่ติดง่า.... เป็น here อะไรไม่รู้  นั่งป้ำกับคอมอยู่นาน  เปลี่ยนสายก็แล้ว เปลี่ยนปลั๊กก็แล้ว ลงทุนเปิดฝาเคสเลยนะเฟ้ยยย  ไฟเข้าบอร์ดนะ แต่.. กดปุ่ม power แล้วมันไม่ติดง่า....  ลำบากตรูอีกต้องโทรไปหาบริษัทที่มันขายคอมให้ มันบอกว่าจะมาดูให้ตอนบ่ายๆ เอาวะ รอก็ได้ (มันไม่มีทางอื่นแล้วนิ)

จากนั้นก็มี Director ญี่ปุ่นคนนึงมาเรียกไปคุยด้วย เรื่อง Job Describtion ฟังอิงแบบญี่ปุ่นก็พอรู้เรื่องอะนะ ไม่มีอะไรมาก แต่เหมือนงานจะเป็นแบบเดิมๆเลย MA พวก pc,printer ระบบ IT ของบริษัทแล้วก็พวกเรื่อง HW,SW ไปตามเรื่อง เห็นคุณลุงไดเร็กเตอร์(ชื่อชิบูยะ)เขาบอกว่าวันอังคารหน้าจะมี IT Manager เข้ามาอีกคน เราต้องทำงาน under เขา   อ้าววว... แล้วไหนตอนที่ HR สัมภาษณ์ตู บอกว่ามีตรูคนเดียวไง ตรูจะได้เป็นใหญ่เป็นโตคนเดียว ยังงี้ก็อดเลยดิ ตำแหน่ง IT manager ที่ใฝ่ฝัน(แหวะ)

จากนั้นก็มานั่งมึนๆ อ่าน document ของระบบเก่า แล้วก็ไปเดินดูที่ Server ของบริษัท  ปราหฏว่าเป็น windows 2000 server ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาได้มั้ง ฝุ่นงี้เขลอะเลย สงสัยไม่มีใครมาแตะต้องจริงๆนะเนี่ย

แต่ยังโชคดีหน่อยที่ server ตัวนี้มันออกอินเตอร์เน็ตได้  ก็เลยไปแรดดูเว็บนู้น เว็บนี้นิดๆหน่อยๆ  แต่ที่เซ็งสุดๆก็คือ..... เค้า shell ออกไปข้างนอกไม่ได้เลยอะ   ว่าจะออกไปดู server ที่ Inet ซะหน่อย  เซ็งเลย เจือกติด Firewall ของ NetScreen   ฮึม... อย่าให้เค้ารู้ password เข้า NetScreenได้นะเฟ้ยยย  ตรูจะแก้ configure ให้หมดเลย

ตอนเที่ยงก็ไปกินข้าวคนเดียว ไม่มีใครชวนกิน ไม่มีใครกินเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่เป็นไร ชินซะแล้ว พอตอนบ่ายขึ้นมาก็ไม่มีอะไรมาก นั่งๆอ่าน doc เก่าๆไป แล้วก็ไปนั่งคุยกับพี่อีกคนเรื่องจะวางระบบของ office ที่จะทำใหม่ จะวางสายแลนยังไง ทำ server ยังไงดี  ดูๆไปที่นี่ต้องมีอะไรให้ทำอีกเยอะอะนะ  แต่ว่ามันก็รู้สึกน่าเบื่อๆเหมือนกันนะที่ไม่ได้ทำเกี่ยวกับทางเทคโนโลยีเป็นหลักเหมือนที่เก่าอะ  แต่ก็คิดว่าจะลองอยู่ให้ครบ 1 เดือนก่อนนะ แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเอายังไง  หาที่ใหม่ดีกว่า หรือว่าทนอยู่ไปยังงี้  แต่ถ้าที่ใหม่ได้เงินดีกว่านี้แล้วเป็น IT ด้วยๆหรือว่าเกี่ยวกับพวก Linux ก็คงแจ๋วอะ

ปล.ช่างที่ซ่อมคอมกว่าจะมาถึงก็ 4 โมงครึ่ง มาถึงก็ซ่อมไม่ได้อะ ลองเปลี่ยน Power Supply ก็ไม่ work สุดท้าย คิดว่าเป็นที่ MB เสียอะ  เราก็เลยกลับออกมาก่อน  ขากลับแวะไปที่ pop ด้วย กะเข้าไปเอาแก้วกาแฟที่ใช้ประจำ แล้วก็เบาะรองนั่งด้วยอะ ไปเจอเพื่อนๆ ก็มีแซวนิดหน่อยว่าจะกลับมาแล้วเหรอ ก็บอกไปว่าไม่กลับหรอก 555

April 27

26/04/2005 นัดกินข้าวกับสายรหัส

วันนี้(26/04/2005) มีนัดกินข้าวเย็นกับน้องๆสายรหัสที่สยาม เพราะว่าน้องไก่เกิดเดือนนี้วันที่ 16 แต่ช่วงนั้นยุ่ง + กับเป็นช่วงเทศกาลก็เลยมากินกันวันนี้   ก่อนไปเจอน้องๆ เราไปเอา DVD Special Generation ของน้องๆ Berryz ที่ร้านอิชิมารุด้วย  จ่ายไปอีก 650 บาท เพราะว่ามัดจำไปก่อนแล้ว 100 บาท น้องๆ Berryz น่ารักที่สุดเลย

จากนั้นก็ไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน zen สาขาสยาม เซ็นเตอร์ ที่มากิน zen ก็เพราะที่ Fuji มันเต็มต้องรอคิวอีกยาว ไปถึง zen ก็สั่งอาหารมากิน 6 อย่าง ที่ประทับใจก็คือปลาตาเดียวทอด , สุกี้ญี่ปุ่น แล้วก็ไก่เสียบไม้ย่างซีอิ้ว นั่นกินกันไป คุยกันไปกับน้องๆสนุกดี ไม่ได้นัดกินข้าวกับน้องๆมานานแล้ว นานๆมาเจอกันทีก็ดีเหมือนกัน วันนี้ต้าไม่รู้คึกอะไร ชอบแซวเราตลอดเลย ทั้งเรื่อง DVD Berryz แล้วก็เรื่องชอบเด็ก ก็คนมันชอบนี่นา เค้าไม่ได้คิดทะลึ่ง ลามกอะไรนะ   สงสัยว่าต้าทำงานเครียดมากเลยอยากหาที่ระบาย หรือไม่ก็แค้นใจที่แฟนเป็นตุ๊ด อิอิ   น่าเสียดายที่น้องจอยไม่อยู่อะ ไม่งั้นวันนี้คงฮากว่านี้ (และกินเยอะกว่านี้ อิอิ)

April 24

วันที่ 23 เม.ย. 2005

เหอะๆ วันนี้มี meeting ของชมรมคนรักเด็กด้วยแหละ  นัดกันที่สยามตอน 11 โมง

แต่ว่าตอนเช้าเราต้องไปพันทิพย์กับพ่อก่อน  พ่อจะไปดูราคาคอมให้กับลุงอะ  ดูทั้งราคาคอมใหม่และก็มือสอง

เราก็บอกลุงไปแล้วนะว่าให้ซื้อคอมใหม่เลยดีก่า  แค่หมื่นกว่าบาทเอง  ซื้อคอมมือสองไปใช้ถ้าเสียไม่รับผิดชอบนะเอ้อ..

 

กว่าจะได้ออกจากพันทิพย์ก็เกือบๆจะ 11 โมง  ก็ต้องรีบแจ้นไปที่สยามอีก  โทรไปหาน้องๆบอกว่านั่งรอกันอยู่ที่ Mc Siam Center มากันครบ 14 คนแล้ว  ขาดแต่ตั๊กกี้กับเพชรชี่ 2 คนเอง (แอบสำนึกผิดเล็กน้อย)

 

พอไปถึงร้านไอ ดิน กลิ่น ครก ก็ไปนั่งจองโต๊ะที่ชั้น 2 เลย บอกเขาว่าช่วยจัดโต๊ะให้ด้วยทั้งหมด 16 คน นั่งรอซักพักน้องๆก็มา วันนี้มีน้องๆมาใหม่ 5 คนที่ไม่ได้มามีตคราวที่แล้ว คือมีน้องแพรว น้องพี หมอกุ้ง หมอกิ๊ฟ และก็น้องขวัญ (buddy เราเอง อิอิ) พอมาถึงก็นั่งเม้าท์กันเลย ตั๊กกี้ก็เอารูปน้องๆ Berryz มาแจกให้กับน้องๆคนอื่นๆด้วย  ตั๊กกี้ใจดีที่สุดเลยย  อัดรูปน้องริขนาด 8x10 นิ้วมาให้ด้วย  น่าร๊ากกกกกกกกก

พอได้รูปน้องๆ Berryz แล้ว ก็สั่งอาหารกันมากิน 4-5 อย่าง รสชาตก็พอไหวนะ  ไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้อร่อยโคตร น้องเคนม่อยังบอกเลยว่าหวานเกินไป พอกินเสร็จ น้องลิโพก็โทรมาบอกว่าถึงสยามแล้ว ก็เลยตามมาสมทบที่หลัง มาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง โซ้ยอาหารที่เหลือพร้อมกับสั่งอาหารใหม่อีก 2 อย่าง คนอื่นๆก็นั่งเมาท์กันไป ถ่ายรูปกันไปอย่างสนุกสนาน  หลังจากกินเสร็จก็ไปกินไอติมต่อที่ร้านสเว่นเซ่นส์อีก กว่าจะกินเสร็จก็ประมาณบ่าย 2 นิดๆ แล้วก็ไปร้องคาราโอเกะที่ Big Echo ตรงถนนวิทยุ  ตอนแรกคิดว่าที่นี่น่าจะมี pv ของ Berryz มั่ง ซักเพลง 2 เพลงก็ยังดี แต่ปรากฏว่าไม่มีเลยซักเพลง  ขนาดเพลงของ Morning ยังมีเลยอะ แต่ทำไมถึงไม่มี Berryz ....  เศร้าจริงๆ  ก็เลยเลือกเพลงไทยมาร้องแทน  แต่ว่าก็มีคนร้องเพลงญี่ปุ่นอยู่บ้างนะ ก็น้องขวัญ น้องพี อาวุด ที่ร้องเพลงญี่ปุ่นได้  แต่ส่วนใหญ่ ถ้าเป็นเพลงญี่ปุ่นน้องขวัญก็ยึดไมค์ตลอดเลยอะ แทบไม่ปล่อยเลย

หลังจากร้องเพลงกันเสร็จ 2 ชม. ก็ได้เวลากลับบ้านกันแล้ว ก็เดินตามทางเท้าจาก Big Echo ไปขึ้น BTS เพลินจิตเพราะว่ากลับบ้านกันทาง BTS เกือบทุกคนยกเว้นอาวุดที่กลับทางรถเมล์คนเดียว จากนั้นก็ขึ้น BTS ไปลงที่อนุเสาวรีย์กับน้องพีและลิโพ  เพราะว่าต้องแวะไปเอารูปที่พ่อสั่งอัดที่ร้านฟูจิ รอรูปแป๊บนึงแล้วก็ซื้อกรอบรูปมาใส่รูปน้องริด้วยอิอิ  พอใส่กรอบแล้วน้องริน่ารักขึ้นอีกเป็นกอง  แล้วก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน  แล้วก็ online เจอน้องๆในชมรมคนรักเด็กอีกรอบ เหอะๆ   น้องขวัญถึงบ้านเร็วมาก ก็เลยให้น้องขวัญอัพรูปเข้า FTP ให้ แล้วเราก็โหลดมาทำเป็น html โดยใช้ ACDSee จากนั้นก็อัพเข้า server ของเราเอง อิอิ  วันนี้ง่วงมากๆก็เลยนอนเร็วหน่อย แค่ 4 ทุ่มก่าๆเอง

April 15

วันที่ 15 เมษา

วันนี้ก็ตื่นมาแต่เช้า 8 โมงแน่ะ

เมื่อคืนไปกินข้าวเย็นที่ร้าน Goodview กับเพื่อนที่ pop ก็มีพี่ปู๊ พี่เสก พี่รู้ง พี่บิ๊ก กุง แอ๊ว แล้วซักพักก็มีเก่งกับไม้ตามมาสมทบด้วย 

เพิ่งไปกินที่ร้านนี้เป็นครั้งแรกนะเนี่ย  แต่ว่าประทับใจพอสมควร เพราะว่าบรรยากาศดี ติดริมน้ำด้วย

หลังจากกินเสร็จก็ไปดูหนังที่ MBK กับพี่บิ๊ก พี่เสก แอ๋ว ไม้ เก่ง เรื่อง Hitch ที่วิล สมิทเล่น สนุกมากๆ ฮาตลอดเรื่องเลย มีซึ้งด้วยนิดหน่อย ใครยังไม่ได้ดูลองไปดูนะครับ ไม่ผิดหวัง

 
No list items have been added yet.
Photo 1 of 12